วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4
วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ.2560


ความรู้ที่ได้รับ
  ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
  4.เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด 
1.ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง
   - เสียงบางส่วนของคำหายไป
   - ออกเสียงตัวอื่นแทนตัวที่ถูก
   - เพิ่มเสียงที่ไม่ถูกต้องไปด้วย
   - เสียงเพี้ยน
2.ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด
   - พูดไม่ถูกตามลำดับขั้นตอน
   - เว้นวรรคไม่ถูกต้อง
   - พูดเร็วหรือช้าเกินไป
   - จังหวะเสียงพูดผิดปกติ
   - พูดไม่ต่อเนื่อง
3.ความบกพร่องของเสียงพูด
   - บกพร่องระดับของเสียง
   - เสียงดังหรือค่อยเกินไป
   - คุณภาพของเสียงไม่ดี
ความบกพร่องทางภาษา
1.การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย
   - มีความลำบากในการใช้ภาษา
   - ผิดปกติเรื่องไวยากรณ์และโครงสร้างของประโยค
   - ไม่สามารถสร้างประโยคได้ 
   - บกพร่องทางเชาว์ปัญญา
   - ใช้ภาษาห้วนๆ
2.ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมอง โดยทั่วไปเรียกว่า Dysphasia หรือ aphasia
   - อ่านไม่ออก 
   - เขียนไม่ได้
   - สะกดคำไม่ได้
   - ใช้ภาษาสับสน
   - จำคำหรือประโยคไม่ได้
   - ไม่เข้าใจคำสั่ง
   - พูดตามหรือบอกชื่อสิ่งของไม่ได้

  5.เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
   • เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน
   • อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหายไป
   • เจ็บป่วยเรื้อรัง
   • มีปัญหาทางระบบประสาท
   • เคลื่อนไหวลำบาก
โรคลมชัก
1.การชักในช่วงเวลาสั้นๆ 
2.การชักแบบรุนแรง
3.อาการชักแบบ Partial Complex
4.อาการไม่รู้สึกตัว
5.ลมบ้าหมู
การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานในกรณีเด็กมีอาการชัก
• จับเด็กนอนตะแคงขวาบนพื้นราบที่ไม่มีของแข็ง
• ไม่จับยึดตัวเด็กขณะชัก
• หาหมอนหรือสิ่งนุ่มๆรองศีรษะ
• ดูดน้ำลาย เสมหะ เศษอาการออกจากปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง
• จัดเสื้อผ้าเด็กให้หลวม
• ห้ามนำวัตถุใดๆใส่ปาก
• ทำการช่วยหายใจโดยวิธีการเป่าปากหากเด็กหยุดหายใจ


ซี.พี. ( Cerebral Palsy )
 ซี.พี. คือ สมองพิการ ส่งผลต่อร่างกาย สมองไม่สามารถสั่งให้ร่างกายขยับได้
1.กลุ่มแข็งเกร็ง
- อัมพาตครึ่งซีก
- อัมพาตครึ่งท่อนบน
- อัมพาตครึ่งท่อนล่าง
- อัมพาตทั้งตัว
2.กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเอง
- athetoid อาการขยุกขยิกช้าๆ
- ataxia ผิดปกติในการทรงตัว
3.กลุ่มอาการแบบผสม
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดจากเส้นประสาทควบคุมสลายตัว เดินไม่ได้ นั่งไม่ได้ จะมีความพืการซ้อนระยะหลัง
- โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ คือ ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด
- โปลิโอ เกิดจากเชื้อไวรัสโปลิโอ มีอาการกล้ามเนื้อลีบ ยืนไม่ได้ แต่ไม่ส่งผลต่อสติปัญญา
- โรคกระดูกอ่อน
- โรคศีรษะโต
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- แขนขาด้วนแต่กำเนิด
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
• มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว
• ท่าเดินคล้ายกรรไกร
• เดินขากะเผลกหรือเชื่องช้า
• ไอเสียงแห้งๆ
• มักบ่นเจ็บหน้าอก ปวดหลัง
• หน้าแดงง่าย
• หกล้มบ่อย
• หิวน้ำเกินกว่าเหตุ

ความรู้ที่ได้รับ
  นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในอนาคตได้ ถ้าหากเราเจอเด็กที่มีความผิดปกติในด้านต่างๆ เราจะได้นำความรู้ไปใช้และแก้ไขได้

การประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน มีความเข้าใจในเนื้อหา
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจ สอนสนุก และแสดงตัวอย่างได้เห็นภาพมากขึ้น






บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3
วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ.2560


ความรู้ที่ได้รับ
ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
แบ่งเป็น 2 ประเภท
- เด็กปัญญาเลิศ
- เด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง

1.เด็กปัญญาเลิศ
  - จะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
  - จะเรียนรู้แต่สิ่งที่ตนเองสนใจเท่านั้น
  - ใช้คำพูดเหมือนผู้ใหญ่
  - ไม่ชอบอยู่กับเด็กวัยเดียวกัน
  - จะถามคำถามตลอดเวลา
  - อ่อนไหวง่าย

2.เด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง
  1.เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
เด็กเรียนช้า IQ 71-90
   สาเหตุภายนอก จากเศรษฐกิจครอบครัว จะพบในครอบครัวคนรวยมากกว่าจนคน
   สาเหตุภายใน พัฒนาการช้า
เด็กปัญญาอ่อน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม
   - เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนักมาก IQ ต่ำกว่า 20 ไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้เลย
   - เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนัก IQ 20-34 ฝึกหัดในชีวิตประจำวันได้ เรียกโดยทั่วไปว่า C.M.R
   - เด็กปัญญาอ่อนขนาดปานกลาง IQ 35-49 ทำงานง่ายๆได้ ไม่ต้องใช้ความละเอียลออ เรียกโดยทั่วไปว่า T.M.R 
   - เด็กปัญญาอ่อนขนาดน้อย IQ 50-70 เรียนในระดับปฐมศึกษาได้ เรียกโดยทั่วไปว่า E.M.R
ดาวน์ซินโดรม 
   สาเหตุจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21

ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
- ช่วงความสนใจสั้น
- อวัยวะบางส่วนมีรูปร่างผิดปกติ
- ช่วยเหลือตนเองได้น้อยกว่าเด้กในวัยเดียวกัน


  
  2.เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
เด็กหูตึงแบ่งเป็น 4 ระดับ
  - หูตึงระดับน้อย มีปัญหาการรับฟังเสียงเบาๆ
  - หูตึงระดับปานกลาง ได้ยินไม่ชัด จับใจความไม่ได้
  - หูตึงระดับมาก มีปัญหาการฟังและการพูด ต้องอ่านปากเอา
  - หูตึงระดับรุนแรง มีปัญหาการฟังและการพูดอย่างมาก ได้ยินเสียงก่อสร้างเบา
เด็กหูหนวก
  ใช้ภาษามือ
ลักษณะของเด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
- ตะแคงหูฟัง
- พูดด้วยเสียงแปลก
- มักแสดงท่าทาง
- มองปากของผู้พูด
  


  3.เด็กที่บกพร่องทางการมองเห็น
เด็กตาบอด
  มีลานสายตาแคบแค่ 5 องศา และต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นในการรับรู้
เด็กตาบอดไม่สนิท
  มีลานสายตาสูลสุดไม่เกิน 30 องศา
ลักษณะของเด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
- มักบ่นว่าปวดศรีษะ
- ก้มศีรษะชิดกับงาน โดยปกติต้องห่างประมาณ 1 ฟุต
- ตาและมือไม่สัมพันธ์กัน



การนำความรู้ไปใช้
   สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้กับการสอนในอนาคต ทำให้เข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่ถูกต้อง และจะได้ช่วยเหลือเด็กได้ถูกวิธี
การประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน สอบถามในสิ่งที่สงสัย และช่วยตอบคำภามในห้อง 
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจเรียนและช่วยกันตอบคำถาม
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจง่าย และอธิบายลักษณะของเด็กแต่ละประเภทให้เข้าใจมากขึ้น




บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ.2560


ความรู้ที่ได้รับ

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with special need)
   ปัจจัยที่ทำให้เด็กมีความค้องการพิเศษมีอยู่ 4 ปัจจัย คือ 
1.ทางชีวภาพ = เด็กทีโรคประจำตัว
2.สภาพแวดล้อมก่อนคลอด = แม่ของเด็กแข็งแรงไม่พอ
3.กระบวนการคลอด = ขากออกซิเจนในเด็กแรกคลอด
4.สภาพแวดล้อมหลังคลอด = การปล่อยปะละเลยลูก

สาเหตุที่ทำให้เกิดเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
1.พันธุกรรม เช่น - โรคผิวเผือก
                          - โรคเท้าแสนปม
                          - ปากแหว่งเผดานโหว่
                          - ธาลัสซีเมีย
2.โรคของระบบประสาท
3.การติดเชื้อในครรภ์
4.ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม - ไทรอยด์ ฮอร์โมนต่ำ
5.ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด - คลอดก่อนกำหนด
6.สารเคมี เช่น - ตะกั่ว อยู่ในภาชนะเครื่องครัว ตรงจุดเชื่อม
                       - แอลกอฮอลล์ ทำให้เด็กเป็นโรค Fetal Alcohol Syndrome (FAS)
                       - นิโคติน เด็กขาดสารอาหารในระยะตั้งครรภ์
7.การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม
8.สาเหตุอื่นๆ เช่น อุบัติเหตุ



แบบวัดพัฒนากล้ามเนื้อมือ Gesell Drawing Test


การประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียนและตอบคำถามในห้องเรียน
ประเมินเพื่อน : เพื่อๆตั้งใจเรียนและช่วยกันตอบคำถามในห้อง
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจ และอธิบายถึงเด็กพิเศษแต่ละประเภทได้ชัดเจน





วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1 
วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ.2560


ความรู้ที่ได้รับ

- อธิบายรายวิชา
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ 100 คะแนน
   จิตพิสัย                                           20  คะแนน
   งานเดี่ยว/งานกลุ่ม                          20  คะแนน
   การบันทึกการเรียนรู้ (Blog)            20  คะแนน
   ทดสอบระหว่างภาค (Chioce)         20  คะแนน
   คะแนนสอบปลายภาค                     20  คะแนน

- การออกนอกสถานที่เพื่อไปสังเกตเด็กพิเศษ

- แบบทดสอบก่อนเรียน

การประเมิน
ประเมินตนเอง : เนื่องจากไม่ได้ไปเรียนจึงสอบถามข้อมูลจากเพื่อนที่ไปเรียน เพื่อนำมาทำบล็อค
ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจเรียนและคอยซักถามสิ่งที่สงสัย 
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เปิดโอกาสให้โต้แย้งเรื่องคะแนน และอธิบายรายวิชาครบถ้วน