วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9
วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ.2560


ความรู้ที่ได้รับ
   ทักษะภาษา
การวัดความสามารถทางภาษา
- เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
- ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
- ถามหาสิ่งต่างๆไหม
- บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
- ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม
การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
- ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
- ห้ามบอกเด็กว่า  “พูดช้าๆ”   “ตามสบาย”   “คิดก่อนพูด”
- อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
- อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
- ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
- เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
ทักษะพื้นฐานทางภาษา
- ทักษะการรับรู้ภาษา
- การแสดงออกทางภาษา
- การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
- การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
- ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
- ให้เวลาเด็กได้พูด
- คอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)
- เป็นผู้ฟังที่ดีและโตต้อบอย่างฉับไว (ครูไม่พูดมากเกินไป)
- เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
- ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
- กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)
- เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
- ใช้คำถามปลายเปิด
- เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
- ร่วมกิจกรรมกับเด็ก

   ทักษะการช่วยเหลือตนเอง
     เรียนรู้การดำรงชีวิตโดยอิสระให้มากที่สุด
               การกินอยู่
               การเข้าห้องน้ำ
               การแต่งตัว 
              กิจวัตรต่างๆในชีวิตประจำวัน
การสร้างความอิสระ
- เด็กอยากช่วยเหลือตนเอง
- อยากทำงานตามความสามารถ
- เด็กเลียนแบบการช่วยเหลือตนเองจากเพื่อน เด็กที่โตกว่า และผู้ใหญ่
ความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญ
- การได้ทำด้วยตนเอง
- เชื่อมั่นในตนเอง
- เรียนรู้ความรู้สึกที่ดี
หัดให้เด็กทำเอง
- ไม่ช่วยเหลือเกินความจำเป็น (ใจแข็ง)
- ผู้ใหญ่มักทำสิ่งต่างๆให้เด็กมากเกินไป
- ทำให้แม้กระทั่งสิ่งที่เด็กสามารถทำได้เองหากให้เวลาเขาทำ
- “ หนูทำช้า ”  “ หนูยังทำไม่ได้ ” 
จะช่วยเมื่อไหร่
- เด็กก็มีบางวันที่ไม่อยากทำอะไร , หงุดหงิด , เบื่อ , ไม่ค่อยสบาย
- หลายครั้งเด็กจะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว
- เด็กรู้สึกว่ายังมีผู้ใหญ่ที่พึ่งได้ แต่ต้องได้รับความช่วยเหลือเฉพาะสิ่งที่เด็กต้องการ
- มักช่วยเด็กในช่วงกิจกรรม
ลำดับขั้นในการช่วยเหลือตนเอง
- แบ่งทักษะการช่วยเหลือตนเองออกเป็นขั้นย่อยๆ
- เรียงลำดับตามขั้นตอน

   ทักษะพื้นฐานทางการเรียน
เป้าหมาย
- การช่วยให้เด็กแต่ละคนเรียนรู้ได้ 
- มีความรู้สึกดีต่อตนเอง
- เด็กรู้สึกว่า “ฉันทำได้”
- พัฒนาความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น
- อยากสำรวจ อยากทดลอง
การทำตามคำสั่ง คำแนะนำ
- เด็กได้ยินสิ่งที่ครูพูดชัดหรือไม่
- เด็กเข้าใจคำศัพท์ที่ครูใช้หรือไม่
- คำสั่งยุ่งยากซับซ้อนไปหรือไม่
การวางแผนการเตรียมพื้นฐานทางวิชาการ
- จัดกลุ่มเด็ก
- เริ่มต้นเรียนรู้โดยใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
- ให้งานเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจนว่าต้องทำที่ไหน
- ติดชื่อเด็กตามที่นั่ง
- ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
- ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
- บันทึกว่าเด็กชอบอะไรที่สุด
- รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนงาน
- มีอุปกรณ์ไว้สับเปลี่ยนใกล้มือ
- เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเด็กมาถึง
- พูดในทางที่ดี
- จัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหว
- ทำบทเรียนให้สนุก

การนำความรู้ไปใช้
   สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการสอนเด็กพิเศษที่หลากหลาย เพราะเด็กพิเศษมีหลายประเภทเราจึงต้องเรียนรู้ว่าจะรับมือและแก้ไขอย่างไรเมื่อเจอสถานการณ์จริงๆ ทำให้เรารู้วิธีที่ถูกต้องในการปฏิบัติกับเด็กพิเศษ

การประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียนและซักถามสิ่งที่ตนเองสงสัย
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจเรียน แต่มีบางคนที่พูดคุยกันและหลับ
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจและมีการเลียนแบบพฤติกรรมเด็กพิเศษต่างๆ







วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8
วันศุกร์ที่  24 มีนาคม พ.ศ.2560

ความรู้ที่ได้รับ




กิจกรรมมือนี้ของใครกัน

อาจารย์ให้วาดรูปมือของตนเอง โดยให้วาดมือข้างที่ตนเองไม่ถนัด และวาดเส้นลายมือทุกเส้นที่เด่นชัด แต่ไม่ให้ดูให้คว่ำมือไว้บนโต๊ะ จากนั้นให้เพื่อนตามหามือของคนที่วาดรูป โดยไม่ให้บอกชื่อของตนเองในกระดาษที่วาด



บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7
วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2560


ความรู้ที่ได้รับ
   การศึกษาแบบเรียนรวม
รูปแบบการจัดการศึกษา
♦ การศึกษาแบบปกติทั่วไป
♦ การศึกษาพิเศษ
♦ การศึกษาแบบเรียนร่วม
♦ การศึกษาแบบเรียนรวม

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม
- การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
- มีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปทำร่วมกัน
- ใช้เวลาช่วงนึงในแต่ละวัน
- ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม

- การศึกษาสำหรับทุกคน
- รับเด็กมาเรียนร่วมกันตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษา
- จัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล

สรุปความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม
○ เป็นการจัดการศึกษาให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา และจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละคน
○เด็กพิเศษสามารถพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสม
○ เกิดจากปรัชญาการศึกษาที่กล่าวไว้ว่า การศึกษาสำหรับทุกคน ( Education for All )
○ การเรียนรวม เป็นแนวคิดทางการศึกษาอย่างหนึ่งที่โรงเรียนต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยก
○ เด็กเลือกโรงเรียน ไม่ใช่โรงเรียนเลือกเด็ก
○ เด็กทุกคนที่ผู้ปกครองพามาเข้าโรงเรียน ทางโรงเรียนต้องรับไว้ และต้องจัดการศึกษาให้เหมาะสม และดำเนินการเรียนในลักษณะ เรียนรวมกัน
○ ผู้พิการในสังคมต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติโดยไม่มีการแบ่งแยก

บทบาทครูปฐมวัยในห้อง
ครูไม่ควรวินิจฉัย
ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ



การนำความรู้ไปใช้
   นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ได้ในการสอน เพราะครูเป็นคนที่อยู่ใกล้เด็กมากที่สุด ครูก็ต้องสังเกตพฤติกรรมของเด็กด้วยความระมัดระวัง แต่ไม่ใส่ความรู้สึกของตนเองลงไปในการสังเกต

การประเมิน
ประเมินตนเอง : ฟังที่อาจารย์สอนด้วยความตั้งใจ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนบางคนอาจมีพูดคุยกันบางเวลา แต่ก็ร่วมกันทำงานที่อาจารย์สั่งอย่างตั้งใจ
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจและมีการหากิจกรรมให้ทำในเวลาเรียน




บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6
วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2560


ความรู้ที่ได้รับ
    
      เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
- มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ
- แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
- ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้
- มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ

ด้านความประพฤติ

♦ ทำร้ายผู้อื่น ทำลายสิ่งของ
♦ ฉุนเฉียวง่าย หุนหันพลันแล่น
♦ เอะอะและหยาบคาย

ด้านความตั้งใจและสมาธิ

♦ จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ในระยะสั้น
♦ สิ่งรอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
♦ งัวเงีย ไม่แสดงความสนใจใดๆ
♦ ไม่สามารถนั่งนิ่งๆได้
♦ พูดคุยตลอดเวลา
♦ ทักษาการจัดการต่ำ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็ก
- ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เหมือนเด็กปกติ
- รักษาความสัมพันธ์ไม่ได้
- มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
- มีความคับข้องใจ 
- แสดงออกทางร่างกาย เช่นปวดศีรษะ ปวดตามร่างกาย

เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม ซึ่งจัดว่ามีความรุนแรงมาก 

   ♦ เด็กสมาธิสั้น
    ♦ เด็กออทิสติก หรือ ออทิสซึม

ยารักษาโรคสมาธิสั้นที่มีใช้ในประเทศไทย

   มี 2 กลุ่มหลักๆ 



ความรู้ที่ได้รับ
   นำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปประยุกต์ใช้กับการสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านต่างๆ ที่มีความแตกต่างกันออกไป ทำให้เราเลือกที่จะใช้วิธีอย่างถูกต้องเหมาะสม

การประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียนและสนใจอาจารย์สอน
ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจเรียนและร่วมซักถามคำถามที่สงสัย
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจและอธิบายได้ชัดเจน